RSS

กินจนพุงปริ ที่ตลาดดอนหวาย

สวัสดียามบ่ายแก่ ๆ..(พูดถึงเวลานะ  ไม่ได้ว่าใคร) 555ในบรรยากาศ…ที่ร้อนมาก

จนตับแทบจะออกมาเต้น(เอ้าออกมาเต้น ๆ  เด็ดขาดลีลาไปเล้ยยย)

มา…เอาละมาว่ากันว่าวันนี้จะไปที่ไหนกันดี…นึกขึ้นมาได้ว่าอยากกินเป็ด…ทีนี้ก็นึกซิว่าจะกินที่ไหน(แหม๋เรื่องมากเนาะ)

แค่จะกินยังเลือกสถานที่ขายอีก…อะ ๆ ๆ เราธรรมดาซะที่ไหนหล่ะ…ไหน ๆ จะไปซื้อแล้ว…ก็ถือโอกาสสะพายกล้อง

ไปส่องสาว ๆ เอร้ยยย ส่องอย่างอื่นมาด้วยจะดีกว่า 555…ตลาดที่จะไปนี้ก็ไม่ใกล้ไม่ไกลจาก กทม.มากนัก

นึกออกกันหรือยัง …ถ้ายังนึกไม่ออก…ก็ไม่ต้องนึกนะ..(ขรี้เกียจรอคำตอบ) 555…ตลาดที่จะไปวันนี้

ชื่อเสียงโด่งดัง..เรื่องเป็ด ๆ ๆ ๆ ต้มพะโล้เป็นอย่างยิ่ง…จะเป็นที่ไหนเสียไม่ได้…”ตลาดน้ำดอนหวาย”นี่แล

ตลาดน้ำดอนหวาย

ไหนว่าจะพาไปกินเป็ด ไหงมีแต่ทอดมันปิ้งกับปลาเผา…อันนี้ต้องขออภัยอย่างจับใจ 555 (เหมือนจะรู้สึกผิด)

ก็ด้วยเหตุที่ว่า…ในวันที่ไปนั้น  คนเยอะและแน่นมาก…โดยเฉพาะหน้าร้านขายเป็ดต้มพะโล้

และด้วยอารมณ์ ณ ขณะนั้น …ทั้งร้อน …ทั้งเบียดเสียด…เลยไม่สามารถชักภาพมาฝากกันได้

ลองจินตนาการถึงเป็ดตัวอ้วน ๆ …อวบ ๆ ขาว ๆ ผิวใส ๆ (สองอันหลังนี่  ท่าจะไม่ใช่แระ) 555

ในน้ำพะโล้ที่หอม ๆ กันเอาเองนะ 555 ดูภาพอื่นกันต่อดีกว่า  ก่อนจะเสียอารมณ์ไปมากกว่านี้

ตลาดน้ำดอนหวาย

อันเนี่ย…ข้าวโพด…หลายคนคงรู้จักกันดี…เดี๋ยวนี้เค้าก็มีการพัฒนาสายพันธุ์กันมากขึ้น..ก็เลือกทานกันตามใจชอบ

ตลาดน้ำดอนหวาย

ตลาดน้ำดอนหวาย

สวย ๆ ใส ๆ …คนถ่าย…อุ้ย ไม่ใช่ ๆ …หมายถึงลูกชุบต่างหากล่ะ…ใส๊ ใส เนาะ 555…น่ากินมากมาย

สีโน้นสีนี้…เด็ก ๆ ชอบกินกัน…เราก็เด็กนะ…ชอบกินเหมือนกัน…แต่ไม่ได้ซื้อมาหรอก…มันเยอะเกิ้นนน 555

ตลาดดอนหวาย

นี่ก็เป็นร้านขายของที่ระทึก…จะว่าไป..ระลึกจ้า…555 ขายของสวย ๆ งาม ๆ ไว้เป็นที่ระลึกว่าครั้งหนึ่ง

เคยได้ย่างกายเข้ามา ณ ตลาดดอนหวาย…มีตั้งแต่พวงกุญแจ…(อันนี้เราชอบซื้อ…เพราะถูกดี)…เหมาะกับเป็นของฝาก

ไปจนกระทั่งพัดลม เอร้ยย ไม่ใช่ๆ …โมบายขนาดใหญ่ สวย ๆ กุ๋งกิ๋งๆ  อย่างที่เห็น 555

ตลาดดอนหวาย

อันนี้ชอบมาก…เป็นขนมลูกจันทร์  จ่ามงกุฎ  ขนมวุ้น …โอ้ยย ขอบอกว่าอร่อยมากมาย อิ ๆ

ตลาดดอนหวาย

นอกจากจะมีของกินขายแล้ว…ก็ยังมีต้นไม้ขายอีกด้วยนะ…อันนี้แอบแชะ…ภาพต้นบัวที่

พ่อค้าแม่ค้า…นำมาขาย…มีหลากหลายสีอีกเช่นกัน…เลือกชม..แล้วก็แบกกลับบ้านกันได้ตามสบายใจเฉิบ

อ้อ … จ่ายตังค์แม่ค้า พ่อค้าเค้าซะก่อนนะ…มิฉะนั้นอาจไปไม่ถึงบ้าน…คงต้องแวะ สน.ก่อน 555

ตลาดดอนหวาย

อะ ๆ…เห็นแล้ว ๆ …คิดว่าจะไม่ได้ถ่ายมา…มีติดมากะเค้าด้วยแฮ่ะ พระเอกของงาน

จะอะไรเสียไม่ได้…นั่นก็คือเป็ดพะโล้ตัวอ้วน ๆ …ในหม้อ (แฮ่ะ ๆ หลายคนคงรู้จักหม้อดี) 555

ต้มกันทีนึงใช้หม้อใบใหญ่ขนาดนี้เลย…มีควันลอยขึ้นมา้ด้วย…ส่งกลิ่นอันโอชาเป็นยิ่งนัก

ตลาดดอนหวาย

ส่วนนี่ก็เป็นไอติม…ที่ทำได้ยากมาก…555…เอาน้ำหวาน(น้ำอัดลม) หยอดลงใส่รู ๆ ๆ นั่นแหละ  แล้วก็หมุน ๆ

เจ้าถังนี้…ในถังก็จะมีน้ำผสมน้ำแข็งอยู่…ใต้ถังก็จะมีเกลือเม็ด…(เอาไว้รักษาความเย็น)…แต่ถ้าใครขี้เหนียว

ก็ไม่ต้องใช้เกลือก็ได้นะ…แค่ไปยืนข้าง ๆ ถัง …คงรักษาความเค็ม เอ้ย ความเย็นได้ไปอีกนาน 555

ตลาดดอนหวาย

เจ้านี้ก็คือตุ๊กตาแขวน  ร้อยใส่เชือกป่านไว้…น่ารักดีเนาะ…เขียนข้อความต่าง ๆ นา ๆ …เหมาะไว้ให้เป็น

ที่ระลึกอีกเช่นเคย…อยากได้สักตัวนะ(เอาแบบที่มีคำว่า)…”เธอน่ารักจัง”…5555 ใครซื้อให้นะ รักตายเลย คริ ๆ

ตลาดดอนหวาย

ตลาดดอนหวาย

ตลาดดอนหวาย

ตลาดดอนหวาย

ตลาดดอนหวาย

ตลาดดอนหวาย

ตลาดดอนหวาย

ดอนหวาย

ตลาดดอนหวาย

 อะ พาไปดูของกิน ของใช้ ของอร่อย ๆ กันมาเยอะแระ สมควรแก่เวลา

ที่จะพาไปที่อื่นกันต่อ…แต่จะเป็นที่ไหนนั้น…ติดตามต่อไปนะจ้ะ…วันนี้พุงจะแตกแล้ว

ได้ของติดไม้ติดมือ..ไปไม่ใช่น้อย…แต่ที่ชอบที่สุดที่ได้กลับไป

นั่นก็คือภาพถ่าย…ที่บันทึกความทรงจำ..ของตัวเอง…ตามสโลแกนเดิม

ตามใจฉัน..ไม่ตามใจใคร…555…กวนอีกเช่นเคย

เอาเป็นว่าไว้มาติดตามกันนะจ้ะ…ว่าสถานที่ต่อไป..จะพาเหาะไปยังแห่งหนใด

ขอบคุณผู้ติดตามเช่นเคย…ขอบคุณ Mazda ใจดี…ที่พาไปเที่ยวได้ตลอด ๆ 555

และขอบคุณ wordpress กันตามระเบียบจ้า…รักนะ จุ๊บ ๆ…555

 

ภาพถ่ายมาโคร

บ่าย ๆ อย่างนี้ …ตาเริ่มจะหรี่ลง ๆ …วิสัยทัศน์ก็เริ่มแคบลง ๆ…โอ้ย ทำไงดี

อยากนอนพักสักงีบ…แต่ก็นะ…รักษาภาพพจน์กันหน่อย…ง่วง ๆ อย่างนี้

ไม่ขอพูดพร่ามทำ music ล่ะ…ว่ากันด้วยเรื่องของวันนี้เลยแล้วกัน

วันนี้ก็จะขอมาโชว์ภาพกันสักหน่อย…กับภาพถ่ายแนวมาโคร…ใครไม่รู้จัก…ยกมือขึ้น

ใครไม่รู้จักก็ วีดิโอคอนเฟอเร้นท์มาคุยกันแล้วกันนะ 555…เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่า

ได้ไปขอยืมเลนส์ถ่ายมาโคร…ที่มีชื่อเสียงเรียงนามกันเต็ม ๆ ว่า AF Micro NIKKOR 60 mm. F2.8

จากพี่ที่งานโสตฯเค้ามา…ชื่อมันก็บอกอยู่แล้วเนาะว่า มาโคร…นั่นก็คือเลนส์ที่มีอัตรากำลังขยายมาก

เน้นที่ความชัด…ความคม… (โหหหห ตั้งใจมาก)

มักจะใช้ขยายสิ่งเล็ก ๆ ให้ดูใหญ่ขึ้นมา…ภาพเซตนี้ก็เป็นแนวการถ่ายมาโครครั้งแรก

ในชีวิตนับตั้งแต่ออกมาจากท้องพ่อท้องแม่…โหยยย เว่อร์ว่ะ 555….ก็สวยได้แค่นี้แหละนะ

สิ่งที่ไปถ่าย…ก็เป็นสิ่งแวดล้อมล้อม ๆ บ้าน..โหยยย ดูดีอะ 555 บางภาพก็ขยายได้ไม่สะใจเท่าไหร่

แต่ก็พยายามที่สุดแล้ว…อะ ไปดูภาพฝีที่มือ เอ้ย ฝีมือกันก่อน…แล้วค่อยมากล่าวชมเชย 555

macro

macro

macro

macro

macro

macro

macro

macro

macro

macro

macro

macro

macro

macro

macro

macro

macro

macro

macro

macro

macro

macro

ภาพถ่ายมาโครนั้น…มันจะมีเสน่ห์ในตัวของมัน…หวังว่าคงจะได้หัดถ่ายมากขึ้น

(ถ้าได้เลนส์เป็นของตัวเองสักที) 555…โดยส่วนตัวแล้วเป็นคนชอบภาพแนวนี้…อยู่ไม่น้อย

ยังไงก็พอให้ได้ดูรูปชุ่มฉ่ำหัวใจ..กันบ้างนะ 555 (บางคนห่อเหี่ยวยิ่งกว่าเดิม)

ขอบคุณทุกคนตามระเบียบนะจ้ะ…ไว้เจอกันกับเรื่องใหม่ จุ๊บ ๆ

 

Behind the postcard design by ME

สวัสดีค่ะสำหรับแฟนคลับ (ว้าว ๆ ๆ ) มีแฟนคลับกะเค้าด้วย…ไม่รู้ล่ะ …คิดเองว่ามี

วันนี้ก็ได้ฤกษ์งามยามดี…มี update blog กันเสียที…ก็อย่างว่าอะนะ เจ้าของบ้านงานเยอะะะะ 555

มาเข้าเนื้อหาสาระกันดีกว่านะ…วันนี้ก็ไม่ได้จะมาพาไปเที่ยว  …แฮ่ะ ๆ  หยุดพักนิดนึง

แต่จะมาชวนออกแบบ…ด้านหลังป๊าสสะโก๊ด..โปสสะก๊าดกัน…หลาย ๆ คนคงชอบที่

เวลาได้ไปเที่ยวไกล ๆ …แล้วเมื่อใดที่เห็นโปสการ์ดวางขายกันเรียงราย…ก็อยากนึกที่จะ

มาส่งให้กับคนรัก..เพื่อน…บิดามารดร…ใครก็แล้วแต่ที่อยากจะส่ง

แต่สำหรับเรา ๆ…คนหลังกล้อง…มองหลังเลนส์แล้ว…ต้องไม่ทามะดำ ธรรมดา (จะพูดให้วกวนทำไมเนี่ย 555)

ก็มีภาพถ่ายอยู่แล้วนี่…จะซื้อทำไมเนาะ…(งก )…อะ ไม่ได้เรียกว่างก…แต่ให้เรียกว่า

บริหารทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า…โหยยยย…หรูชะมัดเลย…คิดได้ไงเนี่ยเรา…555

ก็เอาภาพถ่ายเรานั่นแหละ…มาล้าง…แล้วก็ปิดทับด้านหลังโปสการ์ดที่เป็นแบบของเราเอง

วิธีการทำนั้นก็ไม่ยาก…ไว้วันหลังจะมาอธิบายให้ฟังกันถ้วนหน้า…แต่วันนี้

จะพามาออกแบบ…ภาพด้านหลังโปสการ์ดกัน…มันก็ทำไม่ยาก..(ถ้าคิดจะทำ)..กวนอีกละ

เราก็แค่เอารูปมาใส่ในกรอบ…ให้พอดีกับขนาดรูปภาพ…ที่เราจะอัดมา…แต่เน้นในโทนสี

ที่จาง ๆ หน่อย…ไม่งั้นเวลาเขียน..มันจะอ่านไม่ออก…ไอ้คนที่รอรับ…มันจะอวยพรโมทนาซะก่อนเห็นคุณค่า

ว่า”อ่านไม่ออกโว้ยย” 555…อะ เราก็มีตัวอย่างมาให้ชมกัน…อันนี้ก็เป็น idea (รู้จักภาษาปะกิตด้วย) เป็นไงหล่ะ

เป็น idea ของเจ้าของบ้านเอง…ตามสไตล์ใครสไตล์มัน…คิดกันเอาเองเลย…อ้อ แต่ถ้าจะลอกเลียนแบบกัน

ก็ได้นะ…เอาไปโล้ด…ไม่ว่าไรเลย..จริ๊ง จริงงง 555…เพียงแต่ให้เครดิตกันนิดนึง…บัตรเครดิตไม่ต้องนะ

ไม่นิยม 555 อะ ว่าแล้วก็ไปดูภาพกันดีกว่าเนาะ…


ด้านหลังโปสการ์ด

postcard

ภาพทั้งหมดนั้น…ก็คงพอจะเป็นแนวทาง…ในการออกแบบได้บ้างเนาะ

ถ้าหากใครยังคิดไม่ออก…ก็ไม่ต้องคิดมาก…(เจ้าของบ้านไม่เคยคิดเยอะเลย) 555

ก็ลองเอารูปอะไรง่าย ๆ …มาใส่ดูก็ได้…เพราะอันที่จริงแล้ว…คุณค่าของโปสการ์ด

มันอยู่ที่จิตใจมากกว่า…เรามันพวกโปสการ์ดทำมือ…ยังไง๊ ยังไง…ก็น่าจะมีคุณค่าทางจิตใจ

ต่อผู้รับกันบ้างละน๊าาา…ถ้าเกิดว่าคนรับคนไหน…ไม่เห็นคุณค่าในสิ่งที่เราทำ

ก็อย่าได้แคร์…เพียงแค่…ไม่ต้องส่งไปอีก…น้าน ยุ ส่งเลยทีนี้…กรรม

อะ เอาเป็นว่าพอแค่นี้ดีกว่านะ…คราวหน้าเราจะไปพาเที่ยวแระ

ไปไหนกันดี…อันนี้ต้องติดตาม…สำหรับเรื่องราวครั้งนี้…ขอขอบคุณเช่นเคย

มิตรรักแฟน blog …ทั้งหลาย ที่แวะเวียนมาอ่าน…ถึงแม้บางคนจะผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

หรือบางคนจะหลงเข้ามาก็ตาม…ยังไงก็รักนะ จุ๊บ ๆ ๆ555

ขอขอบคุณ wordpress แห่งนี้เช่นเคยจร้า …ที่ให้พื้นที่แบ่งปันเรื่องราวดี ๆ เสมอมา

“เรา-รัก-นาย” ม๊ากกก มาก 555

 

ปราสาทสัจธรรม จ.ชลบุรี

สวัสดีกันอีกครั้ง…ตามที่นัดกันไว้…ว่าจะพาไปชม…ปราสาทสัจธรรมกัน

นับ 1  2  3  พร้อมกันหรือยัง…(ถามใคร)…นั่นสิ…ถามใครหว่า…อะ ใครไม่พร้อมก็ไปกันเลยแล้วกัน

เนื่องด้วยว่า…ต้องไปประชุมต่างพื้นที่พื้นทาง…จะที่ไหนก็ที่ชลบุรีหนะสิ

อันว่าจังหวัดนี้ก็ไปมาหลายครั้ง…หลายครา..ถ้าให้ไปอีก…ก็หลงทางอีก…555

ยิ่งถ้าใครได้ไปตอนกลางค่ำกลางคืน…แถว ๆ เรื่อย ๆ ตั้งแต่พัทยาเหนือ…จรดพัทยาใต้ กันละแม่คุณเอ๊ย

หลงไปกันใหญ่เลย 555… อะ มาเข้าเรื่องกันดีกว่า…อย่างเราคงไปกลางค่ำกลางคืนคงไม่ได้

ด้วยอายุ…วัย…สังขาราอะไรก็แล้วแต่…มันไม่เอื้ออำนวยเลย…ดังนั้น…ไปตามสถานที่

ที่เค้าเที่ยวกันกลางวี่กลางวันจะดีกว่านะ…เคยนำเสนอไปหลายที่แล้วสำหรับสถานที่ท่องเที่ยว

ในจังหวัดชลบุรี…ไม่ว่าจะเป็น…ท่าเรือจักรีนฤเบศร์…ไร่องุ่น Silver lake…หาดนางรำ…หาดนางรอง

อ่าวดงตาล…เขาชีจรรย์…อืมมม อะไรอีกนะ…คงหมดแล้วแหละ…ถ้่าใครยังไม่ได้อ่านหรือว่า

จำไม่ได้…ก็ไปดูเรื่องราวทั้งหมดก็แล้วกันนะจ้ะ…หรือว่าจะโทร.มาถามที่ 7777 ก็ได้..555 ว่าไปนั่น

สำหรับปราสาทสัจธรรมแห่งนี้…ตั้งอยู่ที่…บริเวณแหลมราชเวช  ตำบลนาเกลือ ….อ.บางละมุง

เนื้อที่ประมาณ  80 ไร่ เป็นที่ตั้งของ… สถาปัตยกรรมไม้ที่มีขนาดใหญ่…ที่สุดของสยามประเทศ

สถาปัตยกรรม ไม้แห่งนี้  ชาวบ้านโดยทั่วไปเรียกว่า  ” วังโบราณ “   บ้างก็เรียกตาม วัสดุของตัวอาคาร

ที่สร้างด้วยไม้ว่า ” ปราสาทไม้ ” …แต่เจ้าของความคิด …และผู้ดำเนินการก่อสร้างคือ คุณเล็ก วิริยะพันธุ์

เรียกอาคารแห่งนี้ว่า… “ปราสาทสัจธรรม”… ซึ่งเป็นศิลปสถาปัตยกรรม…ที่สร้างด้วยไม้

ที่ยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษ …ซึ่งเป็นรูปธรรมที่สัมผัสได้ …และความหมายในด้านนามธรรม

ได้สะท้อนและสื่อให้เห็นถึงความสำคัญของศาสนาและ ปรัชญาซึ่งเป็นสิ่งค้ำจุนโลก

และสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือ  ปรัญชา ในการมุ่งสู่ความหลุดพ้นสู่โลกหน้าในอุดมคติ

ซึ่งเป็นความใฝ่ฝันของ มนุษย์ทุกรูปทุกนาม     ปราสาทสัจธรรมแห่งนี้อุบัติขึ้นจากความสำนึก

ของคนตะวันออก  ที่ว่าความเป็นมนุษย์ที่ผ่านมานับพันปีเป็นสิ่งที่จรรโลงโลกมาได้ด้วยสัจธรรมทางศาสนา

และปรัชญาโดยมีศิลปะเป็นสื่อ เนื้อหา  …   และความหมายไม่ใช่เป็นสิ่งที่คิดขึ้นใหม่….ด้วยความอหังการ์

หากได้นำเอาสิ่งที่ดีงาม…ที่มีอยู่ในศาสนา  และปรัชญา  และศิลปกรรม… มาปรุงแต่งให้เหมาะสมกับกาลเทศะ

นั่นก็เป็นข้อมูล…ของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้…

ขอบคุณที่มาของข้อมูลจาก..http://www.sanctuaryoftruth.com

สำหรับค่าเข้าชม…ก็สนนราคากันอยู่ที่…คนละ 500 บาทสำหรับชาวไทย

และคนละ  900 บาท…สำหรับชาวต่างประเทศ…(สำหรับราคาช่างต่างประเทศก็ไม่ค่อยแน่ใจ

ว่าจะใช่ราคานี้หรือเปล่านะจ้ะ)…แบบว่าจำไม่ค่อยได้จำ…จำได้แต่ของไทย ๆ 5555

อะ มาถึงตอนจบ …สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้…ชมภาพในบรรยากาศในหลายมุมกันไปแล้ว

ทั้งมุมนอก…มุมใน…มุมกว้าง…มุมแคบ…มุมหลบ…มุมหลืบ…โอ้ยย หลายมุมแท้

เอาเป็นว่าพอแต่เพียงแค่นี้ก่อนจะดีกว่า…พูดมาก…เริ่มงงกับตัวเองละ…เอาเป็นว่า

ขอบคุณสำหรับท่านผู้ติดตามนะค่ะ…ขอบคุณเจ้าของพื้นที่แห่งนี้ด้วย…(wordpress ที่น่ารัก)

สำหรับสถานที่ต่อไป…จะเป็นที่ไหนนั้น…ขออุ๊บไว้ก่อน…ไว้มาติดตามกันนะจ้ะ บ๊าย บ่ายยย

 

สระน้ำโกสินารายณ์ จ.ราชุบรี

วันนี้เราจะพาไปเลี้ยงปลากัน …อ้าวลืม..เอ่ยคำว่าสวัสดี..555

ขอมีมารยาทซะหน่อย…เพราะอันที่จริงก็ไม่ค่อยจะมีเท่าไหร่…อย่างที่บอกไว้

ว่าเราจะไปเลี้ยงปลา ทำบุญกัน…ที่สระน้ำโกสินารายณ์…ที่ ต.ท่าผา อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี

สระน้ำแห่งนี้เป็นสระน้ำโบราณ…ที่มีขนาดกว้างประมาณ 200 x 400 เมตร…บนเนื้อที่ประมาณ 50 ไร่

เป็นสถานที่ให้ผู้คนได้มา…ทำบุญ พักผ่อนหย่อนใจ…ตามอัธยาศัย…บางคนก็พาลูกพาหลานมานั่งเล่น

มาทานอะไรกันตามประสาครอบครัว…ร่มรื่น…มีต้นไม้ใหญ่ล้อมรอบสระน้ำ

ประวัติของสระนี้ก็มีอยู่ว่า….ครั้งหนึ่งเป็นที่เลื่องลือกันว่า… น้ำในศักดิ์สิทธิ์มากสามารถรักษา

โรคภัยไข้เจ็บได้นานัปการ… ผู้คนจากทั่วสารทิศ …จึงพากันมาตักน้ำอาบ…และดื่มกิน

ในทางโบราณคดี… สระโกสินารายณ์นี้… เป็นส่วนหนึ่งของเมืองโบราณ

กรมศิลปากร…เคยสำรวจพบคันดินแนวกำแพง เหลือ ด้าน …แต่ละด้าน ยาวเกือบ กิโลเมตร

ภายในเมือง…มีการขุดสระไว้หลายสระ… ชาวบ้านเรียกชื่อ ต่างๆกัน

บางสระมีลำรางเล็กๆ …ขุดไขน้ำจากแม่น้ำแม่กลองเข้ามา… ส่วนสระโกสินารายณ์นี้

แม้ตั้งอยู่นอกเมือง…. แต่ก็ชิดกับกำแพงเมือง… นอกจากนี้ที่เนินจอมปราสาท

ในอาณาบริเวณเมืองเก่า…. ยังขุดพบกรอบประตู…และกลีบขนุนหินทรายแดง

จึงสันนิษฐานว่า… ตรงนั้นเคยเป็นพระปรางค์ใหญ่… ทั้งยังพบสิ่งต่างๆ อีกมาก

ทั้งหมดเป็นศิลปะ…ของสมัยลพบุรี… แต่ที่สำคัญที่สุด… คือ รูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร

เปร่งรัศมีขนาดใหญ่.. ทำด้วยหินปูนสีทรายแด…งอีกอันหนึ่ง เข้าใจว่าเป็นที่รองรับ

พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรองค์นั้น… ของที่ขุดพบจากเมืองโบราณแห่งนี้…เก็บรักษาไว้

ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร…ส่วนปลาที่มีในสระน้ำนี้ก็จะมี

ปลาตะเพียน…ปลาแรด…(ไม่ได้หยาบคายนะ ชื่อปลานี้จริง ๆ)…ก็ไม่เข้าใจว่าทำไม

ปลาชนิดนี้ถึงชื่อนี้…ทั้งที่มันก็ว่ายอย่างเชื่องช้า…ไม่ได้ว่ายอย่าปรู้ดปร้าดซะหน่อย

ไอ้ที่เห็นบางคน…ปรู้ดโน่น ปร้าดนี่..ควงคนโน้น..ควงคนนี้..ไม่เห็นตั้งชื่อนี้กันบ้าง

ว๊ากกกก…เริ่มกวนประสาทละ..กลับมาเข้าเรื่องกันต่อ…สระน้ำแห่งนี้ยังมีเครื่องเล่น

สำหรับเด็ก ๆ …ไว้บริการกันอีกด้วย

เอาละ…พร่ามมาเยอะละ…รูปก็ลงหมดละ…สำหรับ Trip นี้

หวังว่าคงเป็นอีกทางเลือกนึง…หากมีคนสนใจแวะผ่านไปแถวบ้านโป่ง

ก็อย่าลืมเข้าไปทำบุญเลี้ยงปลาพักผ่อน…กันที่นี่บ้างนะจ้ะ

สำหรับ Trip ต่อไป เราจะไปที่ไหนกันดี

อืมมมม….นั่นสิ…เอาอย่างนี้…พาไป ชลบุรีกันบ้างดีกว่า…เราจะไปกันที่

ประสาทสัจธรรม…ไปชมปราสาทไม้…ที่น่าอัศจรรย์กัน

ค่าเข้าชมก็อัศจรรย์ไม่น้อย…555…เล่นเอากระเป๋าเบาเลย

อยากรู้ว่าสวยขนาดไหน…ไว้ติดตามกันต่อนะจ้ะ…สุดท้ายนี้ต้องเอ่ยคำว่า

ขอบคุณอีกเช่นเคย…ที่ติดตามกันมา…”สวัสดี”

 

เจดีย์ 500 ยอด ที่วัดป่าสว่างบุญ

มาตามนัดจร้า…สวัสดีเพื่อน ๆ นักเที่ยวทุกคน…อย่างที่เคยบอกไว้

ว่าเราจะพาไปไหว้พระทำบุญ…แล้วก็ชมเจดีย์ 500 ยอดกัน…ที่วัดป่าสว่างบุญ จ.สระบุรี

วัดนี้ตั้งอยู่ที่ หมู่ 7  บ้านคลองไผ่…ต.ชะอม…อ.แก่งคอย..จ.สระบุรี

ใช้เส้นทาง…สระบุรี – แก่งคอย …กันได้เลยจ้า…หรือจะใช้เส้นทางเดียวกับ

การไปเที่ยวน้ำตกโกรกอีดกได้จ้า…

วัดนี้สร้างขึ้นในปี  พ.ศ. 2528 …โดยหลวงพ่อสมชาย ปุญญมโน….ใช้เนื้อที่กว่า400  ไร่

ด้านในวัดเป็นสถานที่ที่สงบเงียบ…เหมาะกับการปฏิบัติธรรม….เนื่องจากพื้นที่ทางด้านหลัง

ติดกับเชิงเขา…มีอากาศที่เย็นสบายมาก ๆ…และมีประชาชนเข้าไปปฏิบัติธรรม

กันเป็นจำนวนมาก…ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์…ที่วัดได้มีการจัดสร้างองค์พระมหารัตน

โลหะเจดีย์ศรีศาสนโพธิ์สัตว์สว่างบุญ ….ขึ้นมาและแล้วเสร็จเมือปี พ.ศ.2550

ซึ่งเป็นองค์มหาเจดีย์…ที่มีความสวยงามแปลกตา…เพราะมีองค์เจดีย์ ถึง 500 ยอด

ซึ่งแตกต่างไปจาก…องค์มหาเจดีองค์อื่น ๆ ในเมืองไทย…ลักษณะ ขององค์มหาเจดีย์

เป็นองค์เจดีย์องค์ใหญ่….อยู่ตรงกลางและมีองค์เจดีย์ราย อยู่รอบ ๆ ….โดยมีซุ้มประตูทางขึ้น

ทั้งสี่มุม ทำเป็นบันไดขึ้นไป…ยังองค์เจดีย์ที่ตั้งอยู่ทางด้านบน …ตัวองค์เจดีย์เป็นปูนปั้น

รูปแบบสวยงามประณีต…เคลือบสีทองทั้งหมดทุกองค์ …ในเจดีย์องค์ใหญ่นั้นครอบองค์เจดีย์

องค์เล็กไว้อีกชั้นหนึ่ง…ซึ่งในเจดีย์องค์เล็กบรรจุพระบรมสารีริกธาตุต่าง ๆ ไว้ด้วย

นอกจากนั้นยังมีศิลปะจาก…แผ่นไม้ให้เราได้ชมกันในหลายแบบหลายชิ้น …และในเร็ว ๆ นี้ ทางวัด

กำลังจัดสร้างพระนอนอินเดียองค์ใหญ่…ซึ่งมีขนาดถึง 145 เมตร …ถ้าหากได้มีโอกาสไปอีกครั้ง

จะกลับไปเก็บภาพมาฝาก…ทุกคนนะค่ะ…เอาละ…ชมภาพ…พร้อมรับข้อมูลกันมาพอสมควรแล้ว

คงต้องขอฝากให้ถ้าใครผ่านไปลองแวะไปเที่ยวกันดู…แวะทำบุญเพื่อเสริมสร้าง

ชีวิต – จิตใจ ให้ตนเองกันนะจ้ะ…ยังไงของปิด Trip นี้ไว้เพียงเท่านี้ ครั้งต่อไป

ไปไหนกัน…นั่นซิ…จะไปไหนต่อ…อะ ๆ  ๆ บอกใบ้ไว้นิดนึงว่า

เราจะไปทำบุญเลี้ยงปลากัน…ที่สระน้ำโกสินารายณ์…น้านนน บอกขนาดนี้

เค้าไม่เรียกว่าบอกใบ้ละ…เอาเป็นว่ามาติดตามกันนะจ้ะ…กับภาพบรรยากาศ

สงบ ร่มเย็น…555…บรรยายซะเว่อร์ไปป่าว…ใครอยากรู้ต้องติดตามต่อไปนะจ้ะ

ขอบคุณเช่นเคย…ผู้ติดตาม..เพื่อน ๆ Blog…ขอบคุณ wordpress.com

ไว้พบกันใน Trip หน้าจ้า…”สวัสดี”…

 

ล.ลิงปิ้งกล้วย (Some Emotion of Monkey)

จากครั้งที่แล้ว…(ครั้งไหน ???)…น้าน จำไม่ได้อีก …ก็ครั้งที่พาไปดูหนังใหญ่วัดขนอนกันไง…

จำได้ยัง…555…ครั้งต่อไป…ก็ว่าจะพาไปไหว้พระที่วัดสว่างบุญ….จังหวัดสระบุรีกัน

แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแระ…ขอแทรกด้วย…ล.ลิงปิ้งกล้วยกันก่อน…

ก็ไม่ีมีไรมาก…(ไม่มากแล้วจะมาบอกทำไม)

ไม่ใช่อย่างนั้น…ที่ไม่มากนี่หมายถึง…ลิ.ลิงเหล่านี้เป็นลิงที่อาศัยอยู่…

ขอบเขตพัทธสีมาของวัดขนอนนั่งไง

ก็เลยเก็บภาพ…ในบางอิริยาบท…ของมันมาให้ดูกัน…เนื่องด้วยวัดอยู่ติดกับถนน…ก็อาจจะมี

ลิงบางตัวที่โดนรถชน…ไปบ้าง…น่าสงสารจริง ๆ…เราก็เลยไปแวะจอดรถดูมันซะหน่อย

ว่าวัน ๆ นึง..(เอร้ยย ไม่ถึงวัน ไม่รอดูนานขนาดน้านนน)…มันทำอะไรกันบ้าง…แต่เท่าที่เห็นนี่นะ

ก็หาอะไรกินกันไป…ถ้าอยู่กันเป็นกลุ่ม…เป็นคู่…ก็หาเห็บหาหมัดใหักัน..เอ…มันมีเห็บมีหมัดมั้ยไม่รู้

แต่นั่นแหละ…มันก็เกา ๆ ให้กัน…น่ารักดีนะ…เนื่องด้วยมันอยู่กันเป็นฝูง…หลายตัว…อาหารก็ไม่ค่อยจะ

เพียงพอต่อลิงเหล่านี้สักเท่าไหร่…บางตัวก็เลยผอม…ตัวไหนแย่งเพื่อนกินได้เก่ง…ก็อ้วนไป

(เหมือนเราเลย)…ว๊ากกก แต่ยิ่งถ้าตัวไหนเป็นลิง นักการเมือง..ยิ่งอ้วนใหญ่เลย 555

ว๊ากกก ไปชมรูปกันดีกว่านะ…ถ้าขืนพร่ามต่อ…Blog นี้อาจถูกปิดเป็นได้ 555

ลิง ปิ้งกล้วย

ล.ลิงปิ้งกล้วย

นั่นก็เป็น..แต่ละอารมณ์ของลิง…มันก็คงจะคล้าย ๆ กับคน…ที่บางที

ก็มีรอยยิ้ม…มีความเหงา…ความทุกข์…ความเศร้า…ปะปนคละเคล้ากันไป

แต่เชื่อเถอะว่า…ช่วงเวลาเหล่านั้น…ไม่ได้อยู่กับเรานานนักหรอก

อะไรหรือที่จะเ็ป็นตัวชี้วัด…ว่ามันจะอยู่นานหรือไม่นาน…สิ่งนั้นก็คือ

ความรู้สึกในจิตใจของเราเอง…ถ้าเราคิดหมกมุ่นอยู่กับมันนานเท่าไหร่

มันก็จะอยู่กับเรานานเท่านั้น…จำไว้ว่า…สุขทุกข์ไม่อยู่กับเรานาน

ดูเหมือนจะเป็นคนมีสาระ…แต่ก็ไม่หรอก…มีคนเค้าบอกมาอีกที…555

เอาละพอแค่นี้ก่อนนะจ้ะ…ทริปต่อไปเรามีนัดกันน๊าาาา…เดี๋ยวจะพาไปชมวัด

ที่มีเจดีย์ถึง 500 ยอดกัน…ที่วัดป่าสว่างบุญ จังหวัดสระบุรีนะจ้ะ

ขอบคุณผู้ติดตาม…ขอบคุณผู้ที่หลงเข้ามา…ขอบคุณเพื่อน ๆ Blog wordpress

และขอบคุณ wordpress ที่ให้พื้นที่ให้เราได้แบ่งปันเรื่องราวเสมอมา

พบกันใหม่นะคร่าาา จุ๊บ ๆ 555 “สวัสดี”

 

คนเล่นเงา ที่วัดขนอนหนังใหญ่ จ.ราชบุรี

สถานที่ต่อมา…จากพิพิธภัณฑ์วัดบ้านม่วง…ก็คือ…วันขนอนหนังใหญ่วัดขนอนหนังใหญ่
ตั้งอยู่ อ.โพธาราม เช่นกัน…หลายคนคงจะรู้จัก…กับหนังใหญ่กันมาบ้างแล้ว
แต่ถ้าใครที่ยังไม่เคยรู้จัก….ก็มาทำความรู้จัก….พร้อม ๆ กันเลยวัดขนอนหนังใหญ่
หนังใหญ่วัดขนอน…ได้มีการสร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5)
ผู้ริเริ่มในการแกะสลักตัวหนังคือ….ท่านพระครูศรัทธาสุนทร (หลวงปู่กล่อม) วัดขนอนหนังใหญ่
ท่านมีความคิด…ที่จะสร้างหนังใหญ่…ให้มีขนาดใหญ่กว่าเดิม จึงได้ชักชวนครูอั๋ง
ช่างจาด ช่างจ๊ะ และช่างพ่วง มาร่วมกันสร้าง ชุดแรกที่สร้างคือ ชุดหนุมานถวายแหวนวัดขนอนหนังใหญ่
ต่อมาได้สร้างเพิ่มอีก…รวม 9 ชุด… ปัจจุบันมีตัวหนัง 313 ตัว
นับเป็นสมบัติวัด…ที่ได้ร่วมรักษาสืบทอดกันมา…เป็นเพียงวัดเดียววัดขนอนหนังใหญ่
ที่มีมหรสพเป็นของวัด …มีตัวหนัง และคณะหนังใหญ่…ที่สมบูรณ์อยู่
ในความอุปถัมป์…ของวัดสืบทอดมา…จนถึงทุกวันนี้…วัดขนอนหนังใหญ่
อะถ้าใครสนใจ… ก็มีการเดินทางมาฝากกันตามเน๊…

การเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ผ่าน จ.นครปฐม ขับตรงไปทางจ.ราชบุรี จะลอดใต้สะพานลอยที่จะไป จ.กาญจนบุรี จะผ่านสหกรโคนมหนองโพธิ์ จะพบสะพานลอยข้ามสี่แยกบางแพไปยัง จ.ราชบุรี (ไม่ต้องขึ้นสะพานลอย) ให้ชิดซ้าย จากนั้นจะพบไฟแดง ให้เลี้ยวขวาเพื่อไปยัง อ.โพธาราม ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 3080 ขับมาประมาณ 5.4 กม. จะข้ามสะพานแม่น้ำแม่กลอง จากนั้นจะพบสามแยก (แยกซ้ายไปทางวัดเขาช่องพราน แยกขวาไปวัดขนอน) ให้เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 3089 ขับเข้าไปอีกประมาณ 2.5 กม. จะพบวัดขนอน ติดถนนทางด้านขวามือ
รถโดยสารประจำทาง มีรถโดยสารปรับอากาศของบริษัทโพธารามทัวร์ จำกัด ออกเดินทางจากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 6.30-19.30 น. อัตราค่าโดยสารคนละ 55 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-4355036

วัดขนอนหนังใหญ่ทราบข้อมูลกันไปเบื้องต้นบ้างแล้ว  (อันที่จริงก็มีเท่านี้แหละนะ…หากต้องการเพิ่มเติมวัดขนอนหนังใหญ่
ก็ถามอากู๋กันได้เลย (Google) จากนี้ก็ไปชมภาพทั้งหมดกัน และขอปิดท้ายเบรคนี้ตรงนี้เลยแล้วกันวัดขนอนหนังใหญ่
สถานที่ต่อไปเป็นที่ใด…นั่นสิเป็นที่ไหน เดี๋ยวขอเปิดโพยก่อน…เริ่มจำไม่ได้แล้วเหมือนกันวัดขนอนหนังใหญ่
อ๊ะ..เปิดละ…ที่ต่อไปเราจะไปไหว้พระเจดีย์ 500 ยอดกันที่วัดป่าสว่างบุญ…ตามมากันนะจ๊ะวัดขนอนหนังใหญ่
สำหรับ Trip นี้ขอขอบคุณ Mazda ผู้ใจดีที่พาไปเก็บภาพมาฝากกันวัดขนอนหนังใหญ่
และขอบคุณ WordPress.com ที่ให้พื้นที่ในการแบ่งปันเรื่องราวดี ๆ (คิดเองนะว่าดี)วัดขนอนหนังใหญ่
อ้อ สุดท้ายขาดเสียไม่ได้…ขอบคุณผู้ติดตามที่แวะเวียนมาหากันเสมอ ๆ ค่ะ (รักนะจุ๊บ ๆ) 555

ไปชมภาพปิดท้ายกันต่อจ้า ^_^

วัดขนอนหนังใหญ่วัดขนอนหนังใหญ่วัดขนอนหนังใหญ่วัดขนอนหนังใหญ่วัดขนอนหนังใหญ่วัดขนอนหนังใหญ่ 

 

เริ่ม Trip ใหม่ กับพิพิธภัณฑ์วัดบ้านม่วง

ทักทายกันก่อน…กับคำว่า “สวัสดี” จ้า…หลังจากหมด Trip วังน้ำเขียวแล้ว…ก็คิดซิ

ทีนี้จะไปไหนกันดี…คิดไปคิดมา…ก็นึกออกว่าในจังหวัดราชบุรี…ยังมีอีกหลายที่…ที่ยังไม่เคยไป

ว่าแล้วก็มาเริ่ม Trip กันเลย…ใครจะไปยกมือขึ้น…โหหห นับไม่ทันเลย…1.2.3.4.5.6.7.8.9

สรุปแล้วจำนวนผู้เดินทาง…2 คน…5555…เวรกรรม…แล้วจะนับไปทำแมวไรเนี่ย…คริ ๆ

อะเราออกเดินทางกัน…ช่วงสาย ๆ เพราะว่าไม่ไกลมากนัก…เริ่มต้นกันที่แรกก่อนเลย

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดบ้านม่วง…ตั้งอยู่ต.บ้านม่วง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี

หลายคนคงคิด..หากินไม่ไกลเลยนะ..555 อ้าวนะ…รอบบ้านเรา เราต้องสำรวจให้ครบก่อน

ไปชมภาพกันดีก่า…ก็งามบ้าง…ไม่งามบ้าง…ตามแนวคิดเดิม…”ตามใจฉัน…ไม่ตามใจใคร” 555

อะเข้าตามตรอกออกตามประตูกันก่อนนะ …555…เพ้อเจ้ออีกละ…เอ้า ไปดูกันต่อ

ซากไหเยอะเหมือนกันนะเนี่ย…มีทองคำในนี้บ้างป่าวน๊า…(ยัง ๆ บ้าไม่เลิก…555…)

นั่นก็ทางเดินอะนะ…เดินไปตามทางที่เค้ามีให้…ก็แล้วกัน…ถ้าไม่มีทาง…ก็อย่าเดินละ


  ภาพนี้อยู่ในตู้กระจก…สวยงามมาก…ใหญ่โตจริง ๆ …ประทับอยู่น๊า…คริ ๆ









ขึ้นชื่อว่าพิพิธภัณฑ์…มันย่อมจะมีของเก่ามากมาย…หากแต่ของเก่านั้น…สามารถที่จะ

บ่งบอกเรื่องราว…ความเป็นมาในอดีต..ในชนรุ่นหลังได้รับรู้…อย่างที่เค้าพูดกันว่า

ถ้าไม่มีของเก่า…ก็จะไม่มีของใหม่…นี่แหละ…ความสำคัญของ…”ของเก่า”

เอาละ…ได้เวลาแจวไปที่อื่นกันต่อได้แล้ว…ที่ไหน…อะติดตามกันต่อนะจะ

ใบ้ให้นิดนึงว่า…ไปดู…คนเล่นเงากัน

ขอบคุณสำหรับการติดตาม…ขอบคุณ wordpress…สำหรับพื้นที่ที่ให้เรา…ได้แบ่งปันเรื่องราวดี ๆ

และ…ได้แสดงความเป็นตัวของตัวเอง…ในแบบฉบับ “ตามใจฉัน ไม่ตามใจใคร”

 

Little Italy ของเมืองไทย ที่ Palio @ Khoyai

เมื่อได้พักผ่อนกายา…นอนนับดาว…อาบไอหมอกกันที่..บ้านดินรีสอร์ทแล้ว

ยามเช้ากินกาแฟสักแก้ว…หม่ำข้าวต้มร้อน ๆ สักถ้วย…สูดไอหมอกสัก 3 ฟอด

ก็ได้เวลาเดินทาง…ไปยังสถานที่ต่อไป…นั่นก็คือ…PALIO

ปาลิโอ้คืออะไร…ปาลิโอ้…เป็นสถานที่ท่องเที่ยว…ที่ต่อยอดมาจาก Primo Posto

หลังจากที่ชื่อนี้ติดหูติดตานักท่องเที่ยวกันไปแล้ว…เตรียมตัวให้พร้อม…อะ พร้อมแล้ว…จะไปได้ยัง

อะ..ไปดูสถาปัตยกรรมยุโรป..ที่คล้าย ๆ กับ Little Italy ที่ Palio เขาใหญ่กัน



ปาลิโอ้แห่งนี้ …ตั้งอยู่บนถนนธนะรัชต์…กิโลเมตรที่ 17…หลายคนคงสงสัย

ว่าปาลิโอ้…แห่งนี้มีที่มาของชื่ออย่างไร…อะจะกระซิบให้ฟัง..เอาหูมาใกล้…555

ปาลิโอ้เป็นภาษาอิตาเลียน…ความหมายก็หมายถึง…”รางวัล”…นั่นเอง

ที่นี่มีกลุ่มอาคารที่ถูกออกแบบ…ให้เป็นถนนคนเดิน..สถาปัตยกรรมสไตล์อิตาเลียน

ภายในอาคาร…ก็จะมีร้านค้ามากมาย…หลายหลายชนิดสินค้ากันเลย…สำหรับราคา

ของที่ขายตามแต่ละร้านค้านั้น…ก็จะมีราคาสูงกว่าท้องตลาด..ทั่วไปนิดหน่อย

ก็เป็นธรรมดา…ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่…มักจะเป็นการชม…แล้วก็ถ่ายรูปซะมากกว่า

รวมทั้งเราด้วย…555…อะก็นะ…ไปมาหลายที่ล่ะ…กระเป๋าเริ่มเบา…ไปดูรูปกันต่อดีกว่า




ที่นี่เรียกได้ว่ามีร้านขายของ…ได้หลากหลายสไตล์…มีมากถึงกว่า 120 ร้าน…อาทิเช่น

เสื้อผ้าแฟชั่น..เครื่องประดับ..ของตกแต่งบ้าน…ของขวัญ…ร้านขายยา…สปา..เครื่องเสียง

ร้านผักปลอดสารพิษ…ร้านอาหาร…ร้านเสริมสวย…ร้านขายหนังสือ…แม้กระทั่งธนาคาร…เป็นต้น

ซึ่งแต่ละร้านนั้น…มีสไตล์การตกแต่งร้าน…ได้น่ารัก…ตามสไตล์สินค้าของตนเอง

เห็นมั้ยหล่ะ…ว่าเยอะขนาดไหน…มิน่าล่ะ…ถึงดึงดูดใจนักเที่ยวเที่ยวได้มากขนาดนี้


มาปิดท้ายกันด้วยภาพนี้…ฟักทองสีสวย…ที่ร้านจิมทอมสัน..เราเองก็ซื้อสินค้า

จากที่ร้านนี้แหละ…ไปฝากแม่…(ให้แม่ทำให้กิน)…555…แล้วก็ซื้อชาใบหม่อน

อร่อยมาก ๆ อันนี้ขอแนะนำ…ยังไงก็เชิญทุกคนมาสัมผัส…บรรยากาศ…อิตาลีเมืองไทย…กันได้ที่นี่

สถานที่นี้เปิดทุกวัน…ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น….สำหรับค่าเข้าชม…น่าจะอยู่ที่คนละ 20 บาท

โอ้ยยย…แก่แล้วเนาะ…จำอะไรไม่ค่อยได้ 555…ขออภัย ณ ที่นี้

เมื่อถ่ายรูป…จนเป็นที่พอใจ…แต่ความสวยของรูปอาจไม่น่าพอใจ…555…เพราะว่าแดด

ค่อนข้างจะร้อนมาก…เราก็นัดรวมพลกันที่รถ

เพื่อที่จะไปฟาร์มโชคชัยกันต่อ…ความตั้งใจของพวกเราคือ

ไปเที่ยวกันที่นั่นต่อ…แต่พอไปถึง…ก็ต้องทำหน้าเศร้าไปตาม ๆ กัน

เนื่องจากฝนตกหนักมาก…เลยได้แต่ไปนั่งกินสเต็กกันเป็น…มื้อกลางวันที่นั่น

ซึ่งสเต็กเค้าก็อร่อยใช้ได้เลยทีเดียว…พอทานกันเรียบร้อย…ก็ได้เวลามุ่งตรงสู่

นครนายกบ้านเกิด…เป็นอันว่าสิ้นสุดสำหรับ Trip นี้…ขอบคุณผู้นำเที่ยว

ซึ่งครั้งนี้ไปกันเป็นหมูคณะ เอ้ย หมู่คณะ…ขอบคุณสำหรับการติตามเช่นเคย

สำหรับ Trip ต่อไปคือ….พิพิธภัณฑ์วัดบ้านม่วง จ.ราชบุรี

ใครเป็นคนมอญ หรือมี เชื้อสายมอญ….ไม่ควรพลาด อิ ๆ สวัสดี…

 
 
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 696 other followers