RSS

นกจาบคา

Bee-eater Bird

Bee-eater Bird

สวัสดีค่ะ …มิตรรักแฟน Blog ของแก้มใจทั้งหลาย…หายไปนานเลย ร่วมปีเห็นจะได้…

เปิดภาพมาด้วย…ภาพนกจาบคา…จาก จ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางบาล

ต้องขอขอบคุณพี่ชายท่านหนึ่ง…ที่อุตส่าห์ขับรถพาไปถ่าย…ท่ามกลางแดดเปรี้ยงๆ กัน

ภาพชุดนี้…เป็นภาพนกจาบคา…ล้วน ๆ …ดู ๆ มอง ๆ กันแล้ว…ก็อย่าแอบน้ำลายหก

จินตนาการภาพ…นกย่าง…กันซะนะค่ะ 555 มา เรามาว่ากันด้วยเรื่องของ…นกจาบคากันต่อ

นกจาบคาที่แก้มถ่ายมานี้…เป็นการถ่ายนกครั้งแรกของแก้ม…กับเลนส์ 70-300 ธรรมด๊า ธรรมดา

…ไปดูรายละเอียดของ…เจ้านกชนิดนี้กันก่อนดีกว่า

นกจาบคาหัวเขียว (อังกฤษ: Blue-tailed bee-eater) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Merops philippinus เป็นนกในตระกูล Meropidae จัดเป็นนกอพยพชนิดหนึ่ง มีแหล่งผสมพันธุ์อยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บางครั้งอาจถูกจัดให้อยู่ในสปีชีส์เดียวกับนกจาบคาแก้มฟ้า (Merops persicus)

นกชนิดนี้มีรูปร่างเพรียว มีสีสันสวยงาม โดยจะมีสีเขียวเด่นเป็นพิเศษ บริเวณใบหน้ามีแต้มสีฟ้าเล็กๆ และมีแถบยาวสีดำอยู่ตรงดวงตา ขนที่คอเป็นสีเหลืองและสีน้ำตาล หางเป็นสีห้า และจงอยปากสีดำ สามารถเจริญเติบโตได้ยาว 23-26 เซนติเมตร โดยรวมความยาวของขนหางตรงกลางสองเส้นที่ยาวกว่าบริเวณอื่นด้วย

นกจาบคาหัวเขียวมีแหล่งผสมพันธุ์ในพื้นที่ชนบทกึ่งเขตร้อน อย่างเช่นในไร่ สวน นาข้าว หรือสวนสาธารณะ มักพบได้บ่อยครั้งบริเวณใกล้กับแหล่งน้ำขนาดใหญ่ กินแมลงชนิดต่างๆเป็นอาหารเหมือนนกจาบคาชนิดอื่น โดยเฉพาะผึ้ง ต่อ และแตน โดยจะโผลบินพุ่งออกจากที่พักเกาะไปจับเหยื่อกลางอากาศ เหยื่อจะถูกจับกลับไปที่พักเกาะ แล้วใช้จงอยปากจิกเหยื่อจนตายและเปลือกแข็งที่ห่อหุ้มร่างกายแตกออก สำหรับนกจาบคาชนิดนี้ พบว่าเหยื่อที่ล่ามีทั้งผึ้งและแมลงปอในปริมาณที่มากพอๆกัน[1]

นกจาบคาหัวเขียวชอบสร้างรังอยู่ด้วยกันเป็นกลุ่มใหญ่ตามริมฝั่งแหล่งน้ำที่เป็นทรายหรือพื้นที่ราบเปิดโล่ง รังมีลักษณะเป็นเหมือนอุโมงค์ค่อนข้างยาว นกชนิดนี้จะวางไข่ทรงกลมสีขาวครั้งละ 5-7 ฟอง ทั้งตัวผู้และตัวเมียจะเฝ้าดูแลไข่ด้วยกัน นอกจากนี้ เวลาออกหากินหรือพักเกาะตามที่สูง ก็มักจะอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มเช่นกัน

ขอบคุณที่มา http://th.wikipedia.org ด้วยนะคะ

เอาละ … ไปชมภาพนกจาบคากันดีกว่า…ต้องออกตัวไว้ก่อน…ว่าโพสต์นี้

แก้มอาจจะไม่ค่อย…ได้เขียนอะไรกวน ๆ ..ให้ได้อ่านกัน

เพราะ่ช่วงนี้…ยุ่งจนหัวฟูไปหมดแล้ว…ยังไงดูนกกันแล้ว

ก็คิดถึงแก้มบ้างน๊าาาา 555 ชมภาพกันดีกว่า…ไว้จะมาแต๊ดแต๋ให้ฟังกันใหม่

พร้อมกับภาพชุดใหม่นะคะ … ขอบคุณผู้อ่านทุกท่าน…ชอบไม่ชอบยังไง

ก็ต้องดูนะคะ … 555

ขอบคุณพื้นที่ดี ๆ จาก wordpress กันเช่นกันค่ะ ^_^

 

_DSC0058 _DSC0121 _DSC0133 _DSC0169 _DSC0205 _DSC0229 _DSC0235 _DSC0316 _DSC0329 _DSC0330 _DSC0331 _DSC0345 _DSC0360 _DSC0372 _DSC0512 _DSC0539

 

วัดนี้…ที่เชียงใหม่

สวัสดีแฟน ๆ ชาว blog ของเรากันจ้าาา … วันนี้มาขอเปิดภาพ…ที่เพิ่งกลับมาจากใชเหมี่ยง..เชียงใหม่

เพื่อส่งท้ายปีเก่า…ต้อนรับปีใหม่ (เดี๋ยวมันก็เก่าเหมือนกันแหละ 555)… ไม่ขอพูดพร่ามทำเพลง

เหมือนเช่นเคย…เนื่องจากพักนี้…งานล้นพ้นตัวมิใช่น้อย…555 …อาจจะเป็นข้ออ้างด้วยซ้ำ

ขอลงภาพให้ชมกันเลยแล้วกัน…ภาพเซ็ตแรกนี้…เป็นภาพวัดวาอาราม (บอย) …เอ้ย คำท้ายนี้

รู้สึกจะเป็นเรานะ “เด็กวัด” 555 …ก็ชมกันไปเรื่อย ๆ ตามสบายใจเฉิบ…ใครดูได้ก็ดูไป

ใครดูไม่ได้…ก็ต้องดู 555  เพราะไม่งั้น..คนถ่ายจะน้อยจายยย กิกิกิ…ส่วนภาพเซ็ตต่อไปนั้น

จะได้ลงอีกทีคงเป็นปีหน้า…ซึ่งจะเป็นไรนั้น…ไม่บอก…555…งั้นขอส่งท้ายโพสนี้ด้วยภาพแล้วกัน

ปีหน้าเจอกันใหม่…สุขกาย…สุขใจกันตลอดไปนะจ้ะ…อ้อ แล้วอย่าลืมมาเป็นแฟนขับ เอ้ย แฟนคลับกันอีกน๊า

ขอบคุณเช่นเคยกับ wordpress.com ที่ให้พื้นที่แห่งนี้ ^___^ รักค่ะ จุ๊บ ๆ

Image

Image

Image

Image

Image

Image

Image

Image

Image

Image

Image

Image

Image

Image

Image

Image

Image

 

ความทรงจำดี ๆ ที่เกาะเต่า เกาะนางยวน

สวัสดีกันเช่นเคย…หลังจากที่ห่างหายจากบ้านไปนาน…ไม่แน่ใจว่ายังมี…มิตรรักแฟนบล็อกกันอยู่หรือเปล่า

หรือว่าหนีกันไปหมดแล้วไม่รู้…ถ้ายังพอมีคนจำกันได้…ก็จะชื่นใจเป็นยิ่งนัก…แต่ถ้าพอมีใครหลงเข้ามา

เราก็ยินดีที่จะกักตัวไว้…555…อะ มาว่ากันเรื่องของวันนี้ดีกว่า…อันที่จริงยังค้างภาพกับเรื่องราวต่าง ๆ

ที่ได้ไปพจญภัยมา…อีกนับเกือบ ๆ ร้อยกว่าเรื่องเห็นจะได้…(กำลังคิดใช่มั้ย ว่าทำไมค้างเยอะขนาดนี้)

คิดต่อไป…เพราะเจ้าของบ้านก็ไม่รู้จะตอบยังไง…ถ้าตอบไปเหมือนจะเป็นการแก้ตัว…555

ทริปนี้ก็จะขอบอกเล่าเก้าสิบกันสักเล็กน้อย…เนื่องจากมีภาพให้ดูให้ชมเยอะแยะ…แต่ก็นะ…ขอเม้าท์มอยกันสักนิด

เนื่องจากเพื่อน…สมัยเรียนบัญชี…ครั้งกระโน้นนน…มาชวนร่วมทริป…กริ๊งงงง…เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น

ปลายสายพูดด้วยน้ำเสียงรีบ ๆ ร้อน ๆ …(คิดในใจ เมริงไปทำธุระก่อนก็ได้ ค่อยมาคุยกัน 555)

“เฮ้ย ไปเกาะเต่า เกาะนางยวนกันมั้ย ???”  ยังไม่ทันจะถามรายละเอียด  มันตอบเสร็จสรรพ…หมดข้อสงสัยกันเลยทีเดียว

ตอบไปว่า…”เออ กรูไป” ปลายสาย : “เออ แค่นี้แหละ”  ตุ๊ด ๆ ๆ ๆ (มันทำประกันสินมั่นคงมาก่อนรึเปล่าวะ มาไวไปไว)

ได้เวลาออกเดินทาง…คืนวันศุกร์…การเดินทางเริ่มต้นขึ้นที่ถนนข้าวสาร…โอ้วแม่เจ้า เกิดจากท้องพ่อท้องแม่

เพิ่งเคยได้ไปถนนข้าวสาร…ไปยามหัวค่ำที่ผู้คนเริ่มออกจับจ่ายใช้สอย…มันตระการตาดีแหะ…ฝรั่งเพียบเลย…555

นั่งรถบัสไปถึงท่าเรือที่ชุมพร…เช้าพอดี…หิวอิ๋บอ๋ายเลย…นั่นไง…ว่าแล้วก็หาซื้อขนมกิน…ก่อนขึ้นเรือ

นั่งเรือหลับบ้างไรบ้าง…ตามสโลแกน “นิ่งเป็นหลับ  ขยับเป็น….” ถ้าใครไม่รู้ว่า จุด จุด จุด คืออะไร

ก็เทเลคอนเฟอเร้นท์มาถามกันได้…อะ มาถึงที่เกาะนางยวน…คำแรกที่พูดในใจ…”ทำไมสวยอย่างนี้”

เกาะนางยวน…เปรียบเสมือนมนต์เสน่ห์แห้งท้องทะเล…ที่ใครได้ไป…แล้วจะไม่มีวันลืมเลือนความสวยที่เห็นอยู่ตรงหน้าเลย

ใครลืมนะ…มันอัลไซเมอร์ละ …555…อะ ๆ ๆ ความจริงแล้วอยากจะบรรยาย…เม้าท์มอยถึงความสวยของเกาะ

แต่คิดไปคิดมา…อยากให้ชมภาพแล้วจินตนาการว่าตัวเองได้ไปยืน…อยู่ในภาพแล้วกันนะ

Image

Image

Image

Image

Image

Image

Image

Image

Image

Image

Image

Image

Image

Image

Image

Image

Image

Image

Image

Image

Image

Image

Image

Image

Image

Image

Image

Image

ภาพทั้งหมด…เป็นภาพแห่งความทรงจำ..ที่เก็บเกี่ยวความสวยงาม…ตามอย่างที่ใจอยากจะให้มาอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยม

อาจจะไม่สวยงาม…เท่าของจริงที่เป็นอยู่…แต่ก็พอทำให้…เวลาดูแล้วคิดถึงวันวานที่ได้ไปเยือนมาได้บ้าง

ขอเข้าสู่โหมดการงานนิสนึง…555…ธรรมชาติสร้างสรรพ์สิ่งสวยงาม…ให้มนุษย์ได้พึ่งพาอาศัย

เราก็คนนึง…ที่อาศัยอยู่บนโลกนี้…แล้วก็ตั้งใจว่า…ถ้าจะทำอะไรเพื่อให้ธรรมชาติที่สวยงาม…ได้คงอยู่กับเรา

ไปอีกนาน ๆ …ถึงจะเป็นเรื่องเล็กน้อย…เราก็จะทำ…ที่เค้าเรียกกันว่า…”ศรัทธาในสิ่งเล็ก ๆ ที่ยิ่งใหญ่”

อะ พร่ามมาเยอะละ…ยังไงต้องขอจบทริปนี้ไว้แค่นี้…ขอบคุณผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการเช่นเคย

ขอบคุณเจ้าของพื้นที่…wordpress.com อีกครั้ง..และที่ขาดไม่ได้…ท่านผู้ชมทั้งหลายนี่แหละจ้า..จุ๊บ ๆ ๆ

 

กินจนพุงปริ ที่ตลาดดอนหวาย

สวัสดียามบ่ายแก่ ๆ..(พูดถึงเวลานะ  ไม่ได้ว่าใคร) 555ในบรรยากาศ…ที่ร้อนมาก

จนตับแทบจะออกมาเต้น(เอ้าออกมาเต้น ๆ  เด็ดขาดลีลาไปเล้ยยย)

มา…เอาละมาว่ากันว่าวันนี้จะไปที่ไหนกันดี…นึกขึ้นมาได้ว่าอยากกินเป็ด…ทีนี้ก็นึกซิว่าจะกินที่ไหน(แหม๋เรื่องมากเนาะ)

แค่จะกินยังเลือกสถานที่ขายอีก…อะ ๆ ๆ เราธรรมดาซะที่ไหนหล่ะ…ไหน ๆ จะไปซื้อแล้ว…ก็ถือโอกาสสะพายกล้อง

ไปส่องสาว ๆ เอร้ยยย ส่องอย่างอื่นมาด้วยจะดีกว่า 555…ตลาดที่จะไปนี้ก็ไม่ใกล้ไม่ไกลจาก กทม.มากนัก

นึกออกกันหรือยัง …ถ้ายังนึกไม่ออก…ก็ไม่ต้องนึกนะ..(ขรี้เกียจรอคำตอบ) 555…ตลาดที่จะไปวันนี้

ชื่อเสียงโด่งดัง..เรื่องเป็ด ๆ ๆ ๆ ต้มพะโล้เป็นอย่างยิ่ง…จะเป็นที่ไหนเสียไม่ได้…”ตลาดน้ำดอนหวาย”นี่แล

ตลาดน้ำดอนหวาย

ไหนว่าจะพาไปกินเป็ด ไหงมีแต่ทอดมันปิ้งกับปลาเผา…อันนี้ต้องขออภัยอย่างจับใจ 555 (เหมือนจะรู้สึกผิด)

ก็ด้วยเหตุที่ว่า…ในวันที่ไปนั้น  คนเยอะและแน่นมาก…โดยเฉพาะหน้าร้านขายเป็ดต้มพะโล้

และด้วยอารมณ์ ณ ขณะนั้น …ทั้งร้อน …ทั้งเบียดเสียด…เลยไม่สามารถชักภาพมาฝากกันได้

ลองจินตนาการถึงเป็ดตัวอ้วน ๆ …อวบ ๆ ขาว ๆ ผิวใส ๆ (สองอันหลังนี่  ท่าจะไม่ใช่แระ) 555

ในน้ำพะโล้ที่หอม ๆ กันเอาเองนะ 555 ดูภาพอื่นกันต่อดีกว่า  ก่อนจะเสียอารมณ์ไปมากกว่านี้

ตลาดน้ำดอนหวาย

อันเนี่ย…ข้าวโพด…หลายคนคงรู้จักกันดี…เดี๋ยวนี้เค้าก็มีการพัฒนาสายพันธุ์กันมากขึ้น..ก็เลือกทานกันตามใจชอบ

ตลาดน้ำดอนหวาย

ตลาดน้ำดอนหวาย

สวย ๆ ใส ๆ …คนถ่าย…อุ้ย ไม่ใช่ ๆ …หมายถึงลูกชุบต่างหากล่ะ…ใส๊ ใส เนาะ 555…น่ากินมากมาย

สีโน้นสีนี้…เด็ก ๆ ชอบกินกัน…เราก็เด็กนะ…ชอบกินเหมือนกัน…แต่ไม่ได้ซื้อมาหรอก…มันเยอะเกิ้นนน 555

ตลาดดอนหวาย

นี่ก็เป็นร้านขายของที่ระทึก…จะว่าไป..ระลึกจ้า…555 ขายของสวย ๆ งาม ๆ ไว้เป็นที่ระลึกว่าครั้งหนึ่ง

เคยได้ย่างกายเข้ามา ณ ตลาดดอนหวาย…มีตั้งแต่พวงกุญแจ…(อันนี้เราชอบซื้อ…เพราะถูกดี)…เหมาะกับเป็นของฝาก

ไปจนกระทั่งพัดลม เอร้ยย ไม่ใช่ๆ …โมบายขนาดใหญ่ สวย ๆ กุ๋งกิ๋งๆ  อย่างที่เห็น 555

ตลาดดอนหวาย

อันนี้ชอบมาก…เป็นขนมลูกจันทร์  จ่ามงกุฎ  ขนมวุ้น …โอ้ยย ขอบอกว่าอร่อยมากมาย อิ ๆ

ตลาดดอนหวาย

นอกจากจะมีของกินขายแล้ว…ก็ยังมีต้นไม้ขายอีกด้วยนะ…อันนี้แอบแชะ…ภาพต้นบัวที่

พ่อค้าแม่ค้า…นำมาขาย…มีหลากหลายสีอีกเช่นกัน…เลือกชม..แล้วก็แบกกลับบ้านกันได้ตามสบายใจเฉิบ

อ้อ … จ่ายตังค์แม่ค้า พ่อค้าเค้าซะก่อนนะ…มิฉะนั้นอาจไปไม่ถึงบ้าน…คงต้องแวะ สน.ก่อน 555

ตลาดดอนหวาย

อะ ๆ…เห็นแล้ว ๆ …คิดว่าจะไม่ได้ถ่ายมา…มีติดมากะเค้าด้วยแฮ่ะ พระเอกของงาน

จะอะไรเสียไม่ได้…นั่นก็คือเป็ดพะโล้ตัวอ้วน ๆ …ในหม้อ (แฮ่ะ ๆ หลายคนคงรู้จักหม้อดี) 555

ต้มกันทีนึงใช้หม้อใบใหญ่ขนาดนี้เลย…มีควันลอยขึ้นมา้ด้วย…ส่งกลิ่นอันโอชาเป็นยิ่งนัก

ตลาดดอนหวาย

ส่วนนี่ก็เป็นไอติม…ที่ทำได้ยากมาก…555…เอาน้ำหวาน(น้ำอัดลม) หยอดลงใส่รู ๆ ๆ นั่นแหละ  แล้วก็หมุน ๆ

เจ้าถังนี้…ในถังก็จะมีน้ำผสมน้ำแข็งอยู่…ใต้ถังก็จะมีเกลือเม็ด…(เอาไว้รักษาความเย็น)…แต่ถ้าใครขี้เหนียว

ก็ไม่ต้องใช้เกลือก็ได้นะ…แค่ไปยืนข้าง ๆ ถัง …คงรักษาความเค็ม เอ้ย ความเย็นได้ไปอีกนาน 555

ตลาดดอนหวาย

เจ้านี้ก็คือตุ๊กตาแขวน  ร้อยใส่เชือกป่านไว้…น่ารักดีเนาะ…เขียนข้อความต่าง ๆ นา ๆ …เหมาะไว้ให้เป็น

ที่ระลึกอีกเช่นเคย…อยากได้สักตัวนะ(เอาแบบที่มีคำว่า)…”เธอน่ารักจัง”…5555 ใครซื้อให้นะ รักตายเลย คริ ๆ

ตลาดดอนหวาย

ตลาดดอนหวาย

ตลาดดอนหวาย

ตลาดดอนหวาย

ตลาดดอนหวาย

ตลาดดอนหวาย

ตลาดดอนหวาย

ดอนหวาย

ตลาดดอนหวาย

 อะ พาไปดูของกิน ของใช้ ของอร่อย ๆ กันมาเยอะแระ สมควรแก่เวลา

ที่จะพาไปที่อื่นกันต่อ…แต่จะเป็นที่ไหนนั้น…ติดตามต่อไปนะจ้ะ…วันนี้พุงจะแตกแล้ว

ได้ของติดไม้ติดมือ..ไปไม่ใช่น้อย…แต่ที่ชอบที่สุดที่ได้กลับไป

นั่นก็คือภาพถ่าย…ที่บันทึกความทรงจำ..ของตัวเอง…ตามสโลแกนเดิม

ตามใจฉัน..ไม่ตามใจใคร…555…กวนอีกเช่นเคย

เอาเป็นว่าไว้มาติดตามกันนะจ้ะ…ว่าสถานที่ต่อไป..จะพาเหาะไปยังแห่งหนใด

ขอบคุณผู้ติดตามเช่นเคย…ขอบคุณ Mazda ใจดี…ที่พาไปเที่ยวได้ตลอด ๆ 555

และขอบคุณ wordpress กันตามระเบียบจ้า…รักนะ จุ๊บ ๆ…555

 

ภาพถ่ายมาโคร

บ่าย ๆ อย่างนี้ …ตาเริ่มจะหรี่ลง ๆ …วิสัยทัศน์ก็เริ่มแคบลง ๆ…โอ้ย ทำไงดี

อยากนอนพักสักงีบ…แต่ก็นะ…รักษาภาพพจน์กันหน่อย…ง่วง ๆ อย่างนี้

ไม่ขอพูดพร่ามทำ music ล่ะ…ว่ากันด้วยเรื่องของวันนี้เลยแล้วกัน

วันนี้ก็จะขอมาโชว์ภาพกันสักหน่อย…กับภาพถ่ายแนวมาโคร…ใครไม่รู้จัก…ยกมือขึ้น

ใครไม่รู้จักก็ วีดิโอคอนเฟอเร้นท์มาคุยกันแล้วกันนะ 555…เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่า

ได้ไปขอยืมเลนส์ถ่ายมาโคร…ที่มีชื่อเสียงเรียงนามกันเต็ม ๆ ว่า AF Micro NIKKOR 60 mm. F2.8

จากพี่ที่งานโสตฯเค้ามา…ชื่อมันก็บอกอยู่แล้วเนาะว่า มาโคร…นั่นก็คือเลนส์ที่มีอัตรากำลังขยายมาก

เน้นที่ความชัด…ความคม… (โหหหห ตั้งใจมาก)

มักจะใช้ขยายสิ่งเล็ก ๆ ให้ดูใหญ่ขึ้นมา…ภาพเซตนี้ก็เป็นแนวการถ่ายมาโครครั้งแรก

ในชีวิตนับตั้งแต่ออกมาจากท้องพ่อท้องแม่…โหยยย เว่อร์ว่ะ 555….ก็สวยได้แค่นี้แหละนะ

สิ่งที่ไปถ่าย…ก็เป็นสิ่งแวดล้อมล้อม ๆ บ้าน..โหยยย ดูดีอะ 555 บางภาพก็ขยายได้ไม่สะใจเท่าไหร่

แต่ก็พยายามที่สุดแล้ว…อะ ไปดูภาพฝีที่มือ เอ้ย ฝีมือกันก่อน…แล้วค่อยมากล่าวชมเชย 555

macro

macro

macro

macro

macro

macro

macro

macro

macro

macro

macro

macro

macro

macro

macro

macro

macro

macro

macro

macro

macro

macro

ภาพถ่ายมาโครนั้น…มันจะมีเสน่ห์ในตัวของมัน…หวังว่าคงจะได้หัดถ่ายมากขึ้น

(ถ้าได้เลนส์เป็นของตัวเองสักที) 555…โดยส่วนตัวแล้วเป็นคนชอบภาพแนวนี้…อยู่ไม่น้อย

ยังไงก็พอให้ได้ดูรูปชุ่มฉ่ำหัวใจ..กันบ้างนะ 555 (บางคนห่อเหี่ยวยิ่งกว่าเดิม)

ขอบคุณทุกคนตามระเบียบนะจ้ะ…ไว้เจอกันกับเรื่องใหม่ จุ๊บ ๆ

 

Behind the postcard design by ME

สวัสดีค่ะสำหรับแฟนคลับ (ว้าว ๆ ๆ ) มีแฟนคลับกะเค้าด้วย…ไม่รู้ล่ะ …คิดเองว่ามี

วันนี้ก็ได้ฤกษ์งามยามดี…มี update blog กันเสียที…ก็อย่างว่าอะนะ เจ้าของบ้านงานเยอะะะะ 555

มาเข้าเนื้อหาสาระกันดีกว่านะ…วันนี้ก็ไม่ได้จะมาพาไปเที่ยว  …แฮ่ะ ๆ  หยุดพักนิดนึง

แต่จะมาชวนออกแบบ…ด้านหลังป๊าสสะโก๊ด..โปสสะก๊าดกัน…หลาย ๆ คนคงชอบที่

เวลาได้ไปเที่ยวไกล ๆ …แล้วเมื่อใดที่เห็นโปสการ์ดวางขายกันเรียงราย…ก็อยากนึกที่จะ

มาส่งให้กับคนรัก..เพื่อน…บิดามารดร…ใครก็แล้วแต่ที่อยากจะส่ง

แต่สำหรับเรา ๆ…คนหลังกล้อง…มองหลังเลนส์แล้ว…ต้องไม่ทามะดำ ธรรมดา (จะพูดให้วกวนทำไมเนี่ย 555)

ก็มีภาพถ่ายอยู่แล้วนี่…จะซื้อทำไมเนาะ…(งก )…อะ ไม่ได้เรียกว่างก…แต่ให้เรียกว่า

บริหารทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า…โหยยยย…หรูชะมัดเลย…คิดได้ไงเนี่ยเรา…555

ก็เอาภาพถ่ายเรานั่นแหละ…มาล้าง…แล้วก็ปิดทับด้านหลังโปสการ์ดที่เป็นแบบของเราเอง

วิธีการทำนั้นก็ไม่ยาก…ไว้วันหลังจะมาอธิบายให้ฟังกันถ้วนหน้า…แต่วันนี้

จะพามาออกแบบ…ภาพด้านหลังโปสการ์ดกัน…มันก็ทำไม่ยาก..(ถ้าคิดจะทำ)..กวนอีกละ

เราก็แค่เอารูปมาใส่ในกรอบ…ให้พอดีกับขนาดรูปภาพ…ที่เราจะอัดมา…แต่เน้นในโทนสี

ที่จาง ๆ หน่อย…ไม่งั้นเวลาเขียน..มันจะอ่านไม่ออก…ไอ้คนที่รอรับ…มันจะอวยพรโมทนาซะก่อนเห็นคุณค่า

ว่า”อ่านไม่ออกโว้ยย” 555…อะ เราก็มีตัวอย่างมาให้ชมกัน…อันนี้ก็เป็น idea (รู้จักภาษาปะกิตด้วย) เป็นไงหล่ะ

เป็น idea ของเจ้าของบ้านเอง…ตามสไตล์ใครสไตล์มัน…คิดกันเอาเองเลย…อ้อ แต่ถ้าจะลอกเลียนแบบกัน

ก็ได้นะ…เอาไปโล้ด…ไม่ว่าไรเลย..จริ๊ง จริงงง 555…เพียงแต่ให้เครดิตกันนิดนึง…บัตรเครดิตไม่ต้องนะ

ไม่นิยม 555 อะ ว่าแล้วก็ไปดูภาพกันดีกว่าเนาะ…


ด้านหลังโปสการ์ด

postcard

ภาพทั้งหมดนั้น…ก็คงพอจะเป็นแนวทาง…ในการออกแบบได้บ้างเนาะ

ถ้าหากใครยังคิดไม่ออก…ก็ไม่ต้องคิดมาก…(เจ้าของบ้านไม่เคยคิดเยอะเลย) 555

ก็ลองเอารูปอะไรง่าย ๆ …มาใส่ดูก็ได้…เพราะอันที่จริงแล้ว…คุณค่าของโปสการ์ด

มันอยู่ที่จิตใจมากกว่า…เรามันพวกโปสการ์ดทำมือ…ยังไง๊ ยังไง…ก็น่าจะมีคุณค่าทางจิตใจ

ต่อผู้รับกันบ้างละน๊าาา…ถ้าเกิดว่าคนรับคนไหน…ไม่เห็นคุณค่าในสิ่งที่เราทำ

ก็อย่าได้แคร์…เพียงแค่…ไม่ต้องส่งไปอีก…น้าน ยุ ส่งเลยทีนี้…กรรม

อะ เอาเป็นว่าพอแค่นี้ดีกว่านะ…คราวหน้าเราจะไปพาเที่ยวแระ

ไปไหนกันดี…อันนี้ต้องติดตาม…สำหรับเรื่องราวครั้งนี้…ขอขอบคุณเช่นเคย

มิตรรักแฟน blog …ทั้งหลาย ที่แวะเวียนมาอ่าน…ถึงแม้บางคนจะผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

หรือบางคนจะหลงเข้ามาก็ตาม…ยังไงก็รักนะ จุ๊บ ๆ ๆ555

ขอขอบคุณ wordpress แห่งนี้เช่นเคยจร้า …ที่ให้พื้นที่แบ่งปันเรื่องราวดี ๆ เสมอมา

“เรา-รัก-นาย” ม๊ากกก มาก 555

 

ปราสาทสัจธรรม จ.ชลบุรี

สวัสดีกันอีกครั้ง…ตามที่นัดกันไว้…ว่าจะพาไปชม…ปราสาทสัจธรรมกัน

นับ 1  2  3  พร้อมกันหรือยัง…(ถามใคร)…นั่นสิ…ถามใครหว่า…อะ ใครไม่พร้อมก็ไปกันเลยแล้วกัน

เนื่องด้วยว่า…ต้องไปประชุมต่างพื้นที่พื้นทาง…จะที่ไหนก็ที่ชลบุรีหนะสิ

อันว่าจังหวัดนี้ก็ไปมาหลายครั้ง…หลายครา..ถ้าให้ไปอีก…ก็หลงทางอีก…555

ยิ่งถ้าใครได้ไปตอนกลางค่ำกลางคืน…แถว ๆ เรื่อย ๆ ตั้งแต่พัทยาเหนือ…จรดพัทยาใต้ กันละแม่คุณเอ๊ย

หลงไปกันใหญ่เลย 555… อะ มาเข้าเรื่องกันดีกว่า…อย่างเราคงไปกลางค่ำกลางคืนคงไม่ได้

ด้วยอายุ…วัย…สังขาราอะไรก็แล้วแต่…มันไม่เอื้ออำนวยเลย…ดังนั้น…ไปตามสถานที่

ที่เค้าเที่ยวกันกลางวี่กลางวันจะดีกว่านะ…เคยนำเสนอไปหลายที่แล้วสำหรับสถานที่ท่องเที่ยว

ในจังหวัดชลบุรี…ไม่ว่าจะเป็น…ท่าเรือจักรีนฤเบศร์…ไร่องุ่น Silver lake…หาดนางรำ…หาดนางรอง

อ่าวดงตาล…เขาชีจรรย์…อืมมม อะไรอีกนะ…คงหมดแล้วแหละ…ถ้่าใครยังไม่ได้อ่านหรือว่า

จำไม่ได้…ก็ไปดูเรื่องราวทั้งหมดก็แล้วกันนะจ้ะ…หรือว่าจะโทร.มาถามที่ 7777 ก็ได้..555 ว่าไปนั่น

สำหรับปราสาทสัจธรรมแห่งนี้…ตั้งอยู่ที่…บริเวณแหลมราชเวช  ตำบลนาเกลือ ….อ.บางละมุง

เนื้อที่ประมาณ  80 ไร่ เป็นที่ตั้งของ… สถาปัตยกรรมไม้ที่มีขนาดใหญ่…ที่สุดของสยามประเทศ

สถาปัตยกรรม ไม้แห่งนี้  ชาวบ้านโดยทั่วไปเรียกว่า  ” วังโบราณ ”   บ้างก็เรียกตาม วัสดุของตัวอาคาร

ที่สร้างด้วยไม้ว่า ” ปราสาทไม้ ” …แต่เจ้าของความคิด …และผู้ดำเนินการก่อสร้างคือ คุณเล็ก วิริยะพันธุ์

เรียกอาคารแห่งนี้ว่า… “ปราสาทสัจธรรม”… ซึ่งเป็นศิลปสถาปัตยกรรม…ที่สร้างด้วยไม้

ที่ยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษ …ซึ่งเป็นรูปธรรมที่สัมผัสได้ …และความหมายในด้านนามธรรม

ได้สะท้อนและสื่อให้เห็นถึงความสำคัญของศาสนาและ ปรัชญาซึ่งเป็นสิ่งค้ำจุนโลก

และสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือ  ปรัญชา ในการมุ่งสู่ความหลุดพ้นสู่โลกหน้าในอุดมคติ

ซึ่งเป็นความใฝ่ฝันของ มนุษย์ทุกรูปทุกนาม     ปราสาทสัจธรรมแห่งนี้อุบัติขึ้นจากความสำนึก

ของคนตะวันออก  ที่ว่าความเป็นมนุษย์ที่ผ่านมานับพันปีเป็นสิ่งที่จรรโลงโลกมาได้ด้วยสัจธรรมทางศาสนา

และปรัชญาโดยมีศิลปะเป็นสื่อ เนื้อหา  …   และความหมายไม่ใช่เป็นสิ่งที่คิดขึ้นใหม่….ด้วยความอหังการ์

หากได้นำเอาสิ่งที่ดีงาม…ที่มีอยู่ในศาสนา  และปรัชญา  และศิลปกรรม… มาปรุงแต่งให้เหมาะสมกับกาลเทศะ

นั่นก็เป็นข้อมูล…ของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้…

ขอบคุณที่มาของข้อมูลจาก..http://www.sanctuaryoftruth.com

สำหรับค่าเข้าชม…ก็สนนราคากันอยู่ที่…คนละ 500 บาทสำหรับชาวไทย

และคนละ  900 บาท…สำหรับชาวต่างประเทศ…(สำหรับราคาช่างต่างประเทศก็ไม่ค่อยแน่ใจ

ว่าจะใช่ราคานี้หรือเปล่านะจ้ะ)…แบบว่าจำไม่ค่อยได้จำ…จำได้แต่ของไทย ๆ 5555

อะ มาถึงตอนจบ …สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้…ชมภาพในบรรยากาศในหลายมุมกันไปแล้ว

ทั้งมุมนอก…มุมใน…มุมกว้าง…มุมแคบ…มุมหลบ…มุมหลืบ…โอ้ยย หลายมุมแท้

เอาเป็นว่าพอแต่เพียงแค่นี้ก่อนจะดีกว่า…พูดมาก…เริ่มงงกับตัวเองละ…เอาเป็นว่า

ขอบคุณสำหรับท่านผู้ติดตามนะค่ะ…ขอบคุณเจ้าของพื้นที่แห่งนี้ด้วย…(wordpress ที่น่ารัก)

สำหรับสถานที่ต่อไป…จะเป็นที่ไหนนั้น…ขออุ๊บไว้ก่อน…ไว้มาติดตามกันนะจ้ะ บ๊าย บ่ายยย